Month: กันยายน 2021

เกิดอะไรขึ้นจากร้านขายเสื้อผ้าในห้าง ?

        ร้านขายเสื้อผ้าในห้าง เมื่อวันที่ 30 เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2564  ได้มีการเผยแพร่รูปภาพจาก  บรรยากาศภายในห้างแห่งหนึ่งซึ่งถูกนำมาเผยแพร่จากผู้ใช้งาน Twitter รายหนึ่ง  โดยในภาพจะเห็นแปลว่าช่องที่เป็นล็อคสำหรับเปิดให้พ่อค้าและแม่ค้าเช่าขายของนั้นถูกปิดเงียบเรียกได้ว่าเงียบเหงามากเลยทีเดียว

        โดยผู้ที่โพสต์ภาพในทวิตเตอร์รายดังกล่าวนั้นยังมีการระบุด้วยว่าภาพนี้คือบรรยากาศภายในห้างดังแห่งหนึ่งซึ่งห้างนี้ผู้คนรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะเป็นทางที่ขายส่งเสื้อผ้ารายใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ 

ซึ่งในอดีตนั้นห้างนี้ถ้าหากใครจะมาเช่าล็อคสำหรับเปิดร้านขายของแล้วก็จะต้องค่าเสียค่าเช่าเดือนละเป็นแสนกันเลยทีเดียวแต่ในวันนี้นั้นจากรูปก็สามารถบรรยายได้ว่าเงียบเหงาและว่างเปล่ามากเพราะไม่มีทั้งคนซื้อและคนขายให้เห็นกันเลยทีเดียว

            อย่างไรก็ตามเธอได้มีการเขียนเพิ่มเติมในโพสต์ทวิตเตอร์ของเธอด้วยว่ารูปภาพที่เธอถ่ายมานั้นเป็นเพียงแค่สถานที่บางส่วนภายในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เท่านั้นซึ่งอีกฝั่งหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามกับฝั่งที่เธอถ่ายรูปนั้น

ร้านขายเสื้อผ้าในห้าง ยังคงมีการขายของกันตามปกติยังคงมีแม่ค้าเปิดร้านขายของและมีลูกค้ามาซื้อของเพียงแต่ว่าจำนวนลูกค้าที่เคยหนาแน่นก็ลดน้อยจะจางลงในส่วนที่เธอถ่ายรูปมานั้นเป็นฝั่งที่อยู่ติดกับทางโรงแรมซึ่งในขณะนี้ไม่มีพ่อค้าแม่ค้ามาวางสินค้าขายนั่นเอง

    อย่างไรก็ตามกับภาพเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้คนในโลกออนไลน์ได้ออกมาพูดถึงสถานการณ์ร้านขายเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้าตอนนี้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นทำไมห้างแต่ละห้างนั้นจึงมีจำนวนลูกค้าไปซื้อเสื้อผ้าน้อยมากซึ่งหลายคนก็ให้เหตุผลว่าด้วยสถานการณ์ของการระบาดของไวรัสทำให้คนหันมาช้อปปิ้งเสื้อผ้าผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น

         ดังนั้นเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายจึงได้หันไปเปิดร้านค้าออนไลน์กันเยอะขึ้นมาเปิดหน้าร้านที่ต้องเสียค่าเช่าเดือนละเป็นแสนนั่นเองซึ่งการขายเสื้อผ้าผ่านระบบออนไลน์นั้นจะทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าไม่จำเป็นต้องเสียค่าเช่าแต่ก็ หาได้ตามปกติ 

          สำหรับสถานการณ์โดยรวมในการค้าขายเสื้อผ้าของเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตอนนี้นั้นถึงแม้ว่าสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจอาจจะไม่ค่อยดีมากนักแต่การค้าขายเสื้อผ้าก็ยังคงสามารถขายได้เหมือนเดิม ซึ่งปริมาณการขายเสื้อผ้าอาจจะลดลงไม่มีรายได้หรือกำไรมากเหมือนกับเมื่อก่อนแต่โดยภาพรวมแล้วเสื้อผ้าก็ยังเป็นสินค้าที่ผู้คนยังต้องมีการซื้อสงสัยกันอยู่นั่นเอง

        ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าถึงแม้ร้านขายเสื้อผ้าในห้างจะขายได้ไม่ดี แต่การขายผ่านออนไลน์นั้นยังคงขายได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    รวม ทางเข้าเล่น sboet

การผลิตแบรนด์สำอางเริ่มยังไง

การทำแบรนด์เครื่องสำอางดูเหมือนจะไม่ยาก และเป็นความชอบของผู้หญิงทุกคนอยู่แล้ว การผลิตแบรนด์สำอางเริ่มยังไง แต่ขึ้นชื่อว่าธุรกิจก็ต้องย่อมมีปัญหาบ้างเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะปัญหาในการผลิต ปัญหาในการตลาด ทุกปัญหาย่อมเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว แบรนด์เครื่องสำอางไทยมีมาก และต้องยอมรับเลยว่าหลายคนเริ่มหันมมาผลิตแบรนด์เครื่องสำอางเอง

 ด้วยความที่ธุรกิจความสวยความงามนั้นเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิง เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ย่อมมีความรักสวยรักงาม ชอบแต่งหน้าแต่งตัว การที่หลายคนมาหันมาจับธุรกิจสายความงาม หันมาลงทุนผลิตแบรนด์เครื่องสำอางจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

แต่การจะเริ่มต้นทำแบรนด์เครื่องสำอางนั้นต้องมีขั้นตอน วิธีการอย่างไรบ้าง เราจะนำมาเปิดเผยกัน 

1.ตัดสินใจเลือกดูสินค้าที่ตนเองสนใจ

เมื่อเราเลือกแล้วว่าจะผลิตแบรนด์เครื่องสำอางเอง เราก็ต้องมาดูกันว่าเราสนใจอยากเริ่มผลิตสินค้าชิ้นไหน หรือสินค้าชิ้นไหนเป็นที่นิยมที่สุด จะทำเป็นลิปสติก หรือบลัชออน หรือรองพื้น หรือแป้งพัฟ แป้งฝุ่น หรือเราจะทำหมดเลยก็ได้แต่ควรเริ่มจากสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งก่อน เพื่อเป็นการตีตลาด ให้แบรนด์ที่รู้จักก่อนถึงจะค่อยขยายทำสินค้าชิ้นอื่นต่อไป 

2.ดูงบประมาณของตัวเองว่าต้องการลงทุนเป็นจำนวนเงินเท่าใด

เพื่อดูว่าเรามีเงินจำนวนเท่านี้ จะสามารถผลิตสินค้าได้กี่ชิ้น รวมถึงการจ้างการทำตลาดด้วย เพื่อที่จะเป็นการควบคุมกำหนดทิศทางในการผลิตเลยว่าห้ามเกินงบ มิฉะนั้นอาจทำให้งบในการผลิตของเราบานปลายได้  

3.กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

การกำหนดกลุ่มเป้าหมายจะสามารถทำให้เรากำหนดราคาของสินค้า และจะทำให้มีผลในการควบคุมต้นทุนการผลิตไปด้วย เพราะหากจะกำหนดกลุ่มเป้าหมายว่าจะขายให้กับนักเรียนนักศึกษาก็อาจจะต้องขายในราคาที่ถูกกว่าขายผู้หญิงวัยทำงาน เพราะด้วยกำลังในการซื้อของนักเรียนนักศึกษาอาจยังมีไม่มากพอ

แต่จริงๆแล้วเครื่องสำอางก็สามารถขายให้ได้ทั้งนักเรียน นักศึกษา วัยทำงานอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าจะวัยใดทุกคนก็ล้วนมีความรักสวยรักงามอยู่ในตัว เพียงแค่เราอาจจะต้องกำหนดราคาที่อยู่ในราคากลางๆ ไม่แพงไปจนเอื้อมไม่ถึง ไม่ถูกไปจนไม่ได้กำไร 

4.หาโรงงานที่ได้มาตรฐานและมีประสบการณ์ในการผลิตเครื่องสำอาง

ในปัจจุบันมีธุรกิจที่ให้บริการผลิตเครื่องสำอางเพื่อสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองโดยที่เราไม่ต้องไปติดต่อกับโรงงานเอง แต่ค่าใช้จ่ายก็อาจจะสูงกว่าการที่เราไปติดต่อด้วยตัวเอง แต่ถึงอย่างไรเราก็สามารถไปติดต่อกับโรงงานได้

ซึ่งต้นทุนในการผลิตของแต่ละโรงงานจะมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสูตรที่เราเป็นคนเลือกหรือคิดค้นเพื่อจะใช้ในการผลิต หากเป็นสูตรที่โรงงานผลิตเองอยู่แล้วก็อาจจะมีราคาถูกเพราะโรงงานมีผู้วิจัยคิดค้นสูตรอยู่แล้ว จะง่ายกว่าการที่เราให้ผู้วิจัยของโรงงานคิดค้นสูตรให้ใหม่  

5.เลือกบรรจุภัณฑ์ให้เป็นที่น่าสนใจและแข็งแรง ทนทาน

ต้องยอมรับเลยว่าบรรจุภัณฑ์นั้นมีผลต่อความสนใจของคน หากมีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม มีความทนทานคนก็จะให้ความสนใจและเลือกที่จะซื้อได้ง่ายกว่าบรรจุภัณฑ์ที่ไม่สวยและดูไม่ทนทาน ยิ่งทำบรรจุภัณฑ์ให้สวยและแปลกใหม่เท่าใด

ก็จะยิ่งมีคนสนใจและมีความโดดเด่นมากขึ้น แต่บรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ที่ทนทานก็จะทำให้มีราคาสูงขึ้นไปอีก ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับเราว่าอยากบรรจุภัณฑ์อยู่ในงบประมาณเท่าใด 

6.ต้องรู้จักทำการตลาดให้ แม้สินค้าของเราจะดีแค่ไหน

บรรจุภัณฑ์จะสวยโดดเด่นสะดุดตาแค่ไหนคนทั่วไปก็ไม่อาจจะรู้จักได้ ถ้าเราไม่ทำการตลาด ไม่ประชาสัมพันธ์สินค้าของเรา ยิ่งในปัจจุบันนี้มีการตลาดแบบออนไลน์บนโซเชียลมีเดียต่างๆ ยังง่ายต่อการทำการตลาดและง่ายต่อการขาย

เราสามารถลงขายสินค้าได้ผ่านทุกแอพพลิเคชั่น รู้จักโพสบ่อยๆ แชร์บ่อยๆให้คนสนใจ หากคนสนใจมากก็จะยิ่งมีการบอกต่อกัน มีการแชร์ต่อกันมาก หากเราเป็นคนชอบเล่นโซเชียลอยู่แล้วก็ต้องรู้จักใช้สายโซเชียลให้เป็นประโยชน์ต่อการขายของเรา   

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

ประเทศจีนคุมเข้มเยาวชน วางระเบียบการเล่นเกมออนไลน์ให้เพียงแค่ อาทิตย์ละ 3 ชั่วโมง

       เกม คือสิ่งที่ให้ความบันเทิง ที่ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็ชื่นชอบการเล่นเกมด้วยกันทั้งนั้น เพราะเป็นกิจกรรมคลายเครียดได้เป็นอย่างดี ประเทศจีนคุมเข้มเยาวชน อย่างไรก็ตามเราจะเห็นได้ว่าปัจจุบันมีคนที่เล่นเกมเป็นจำนวนมาก

และบางคนก็เล่นเกมจนเกินพอดี บางคนติดเกมจนเสียงานเสียการ บางคนเสียการเรียนเพราะห่วงแต่จะเล่นเกม ทำให้มีผู้ปกครองหลายคนเป็นห่วงลูกหลานของตัวเองมากว่าจะไม่ประสบกับความสำเร็จในการเรียนเพราะมัวติดเกมนั่นเอง

        สำหรับเกมนั้น อันที่จริงแล้วมีทั้งประโยชน์และโทษ

เกมที่มีประโยชน์ เสริมสร้างพัฒนาการให้เด็ก ทำให้คนชรามีความจำที่ดีขึ้น รวมทั้งยังเล่นเพื่อฆ่าเวลาหากเกิดการเบือหน่าย ไม่มีอะไรทำได้ แต่อย่างไรก็ตามเกมก็มีโทษเช่นเดียวกัน เพราะหากมีการเล่นเกมนานมากจนเกินไป จะทำให้เสียเวลาในการที่จะเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์ได้อีกมากมาย ทั้งเรื่องของการเรียน การทำงาน และหากเล่นเกมมากไป การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในครอบครัว รวมถึงเพื่อนฝูงก็จะแย่ลงด้วยเช่นเดียวกัน

       เนื่องจากทางรัฐบาลจีนเล็งเห็นความสำคัญของเยาวชนของจีน

จึงได้มีการตั้งกฎการเล่นเกมขึ้นมาเป็นนโยบายที่ทางรัฐบาลจะควบคุมดูแลไม่ให้เด็กติดเกมมากจนเกินไป ซึ่งก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลมีการกำหนดให้เยาวชนที่อายุไม่ถึง 18 ปี สามารถเล่นเกมได้วันละ 90 นาทีเท่านั้นโดยทางรัฐบาลจะมีวิธีการสอดส่องดูแล 

       อย่างไรก็ตาม มีการเปิดเผยออกมาจาก สำนักขาว CNBC ว่าในขณะนี้ทางรัฐบาลจีนได้มีการประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายการเล่นเกมในประเทศจีนใหม่อีกครั้ง โดยครั้งนี้ยังเป็นการควบคุมเยาวชนที่อายุยังไม่เกิน 18 ปีเหมือนเดิม แต่มีการเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาและระยะเวลาในการเล่นเกม 

       สำหรับนโยบายใหม่นี้กำหนดเอาไว้ว่าจะต้องเล่นเกม

แค่เพียง วันศุกร์   วันเสาร์ และวันอาทิตย์เท่านั้น อนุโลมในวันหยุดพิเศษได้ แต่มีเงื่อนไขเพิ่มด้วยว่าจะต้องเล่นเกมเพียงแค่ อาทิตย์และ 3 ชั่วโมงเท่านั้น และที่สำคัญเวลาในการเล่นเกมจะเล่นได้เฉพาะแค่ตอน สองทุ่มจนถึงสามทุ่มเพียงเท่านั้นอีกด้วย โดยทางรัฐบาลต้องการให้เยาวชนของจีนหันมาใส่ใจเกี่ยวกับสุขภาพให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพกายหรือสุขภาพใจก็ตาม

          สำหรับวิธีการควบคุมของรัฐบาลนั้นจะเป็นการทำงานร่วมกันของบริษัทเกมกับรัฐบาล ซึ่งจะมีการเชื่อมต่อระบบกัน สำหรับระบบดังกล่าวมีชื่อว่า anti-addiction อย่างไรก็ตามสำหรับนโยบายใหม่นี้ส่งผลกระทบกับเกมบางเกม ซึ่งจะมีการคิดค่าบริการแบบเหมาจ่าย เอาไว้ โดยเกมนี้จะอยู่ใน App Store ซึ่งแสดงว่านโยบายนี้มีผลต่อบริษัทแอปเปิ้ลโดยตรงนั้นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่า sa

การจะทำสินค้า หรือ สร้างแบรนด์ให้ดังหรือเป็นที่จดจำต้องทำอย่างไรนะ 

 สร้างแบรนด์ให้ดัง เพื่อนๆ คนไหนที่กำลังจะทำสินค้าใหม่หรือกำลังสร้างแบรนด์ของตัวเอง ต้องมาศึกษาเกี่ยวกับการทำแบรนด์หรือสินค้าใหม่ใหม่ด้วยนะ

เพราะว่าไม่ว่าใครที่อยากจะมีแบรนด์หรือสินค้าตัวเองก็อยากจะทำให้มันประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักถูกไหมละ ดังนั้นเรามาดูกันเลยว่าเราต้องเริ่มต้นอย่างไรกับการทำสินค้าใหม่หรือมีแบรนด์ของเราเอง 

รู้จักสินค้าตัวเองให้ดีที่สุด

การที่เพื่อนๆ จะทำสินค้าหรือแบรนด์ใหม่ๆ เพื่อน ๆจะต้องรู้จักสินค้าตัวเองให้ได้มากที่สุดเพราะว่าการที่เพื่อนเพื่อนไม่รู้จักสินค้าหรือแบรนด์ตัวเองดี จะไม่มีใครสื่อความเป็นสินค้าหรือแบรนด์ของคุณได้เลย ดังนั้นเราต้องรู้จักสินค้าหรือแบรนด์เรามากที่สุด

รู้จักลูกค้าของสินค้าหรือแบรนด์ของเรา

การที่เราจะทำสินค้าหรือแบรนด์ของเรานั้น เราก็ต้องรู้จักลูกค้าของเราด้วย ว่าเป็นใคร อายุเท่าไร เพศไหน ทำงาน หรือ รายได้ประมาณเท่าไร เพราะว่าการที่เรารู้จักเราจะทำให้เค้ามาซื้อสินค้าเราได้ง่ายและเป็นลูกค้าประจำของเรานั้นเอง

รู้จักคู่แข่งของเรา

เพื่อนๆก็ต้องรู้จักคู่แข่งด้วยนะ เพราะว่าการที่เรารู้จักคู่แข่ง แสดงว่าเราจะพัฒนาตัวเองในแบบของเราให้ดีขึ้น และที่คุณมีคู่แข่งนั้นแสดงว่าสินค้าหรือแบรนด์ของคุณเป็นที่ต้องการของตลาดและมีลูกค้ารองรับ ดังนั้นการที่เรามีคู่แข่งจะทำให้เราดึงข้อดีและศักยาภาพของสินค้าและแบรนด์ออกมาได้มากขึ้นด้วยนะ 

รู้จักเรียนรู้และแก้ปัญหา

การที่จะสร้างสินค้าขึ้นใหม่ หรือทำแบรนด์ของเรา เป็นเรื่องปกติมากที่เราจะเจออุปสรรคหรือปัญหากับการทำงาน เพราะว่าทุกคนที่คิดจะทำสินค้าหรือมีแบรนด์เราต้องเริ่มต้นด้วยตัวเราเอง

ซึ่งการที่เริ่มทำสินค้าหรือแบรนด์มันเรียนรู้และปรับตัวพร้อมกับมีไหวพริบในการแก้ไขปัญหาต่างๆ หากผิดพลาด หรือล้มเหลว ก็พยายามแก้ไข เรียนรู้และเริ่มใหม่อีกครั้ง จนกว่าสินค้าหรือแบรนด์ของเพื่อนเพื่อนออกมาดีที่สุด

รู้จักตลาดสินค้าและการทำการตลาด

การที่เรามีสินค้าใหม่และมีแบรนด์ เราต้องรู้ว่าตลาดสินค้าเราคืออะไร มีลูกค้าเป็นใคร มีทิศทางในการเติบโตอย่างไร หรือ แม้กระทั่งการคำนวณต้นทุนและกำไร ด้วย นอกจากนี้ก็ต้องรู้จักการทำการตลาดด้วย

เพราะการทำการตลาดจะช่วยทำให้สินค้าหรือแบรนด์เราดังหรือเป็นที่รู้จักได้จากการการที่เพื่อนเพื่อนทำการตลาดหรือทำการโปรโมทสินค้านั้นละ ดังนั้นเราต้องรู้จักการทำตลาดด้วยเหมือนกันนะ!

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ufabet เว็บหลัก

วิกฤติเศรษฐกิจไทยจากพิษโควิด มีความแตกต่างกับวิกฤติ ต้มยำกุ้ง ปี 40 อย่างไร

ยี่สิบสามปีผ่านไป กับมรสุมเศรษฐกิจที่ประเทศไทย ต้องรับมือกับเศรษฐกิจที่พังลงครั้งใหญ่ถึงสองครั้ง วิกฤติเศรษฐกิจไทยจากพิษโควิด โดยครั้งแรกนั้น คือวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 และครั้งล่าสุดกับวิกฤติของการระบาดจากโควิด19 ที่ทั่วโลกและประเทศไทยกำลังเจอในปัจจุบัน

ซึ่งทั้งสองวิกฤติที่เจอมานี้เรียกว่าส่งผลให้เศรษฐกิจของไทยตกต่ำอย่างหนัก

แต่ความแตกต่างของทั้งสองวิกฤตินี้ก็มีให้เราเห็น โดยเมื่อตอนที่วิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 นั้น เป็นช่วงที่ก่อนจะเกิดต้มยำกุ้ง ถือว่าเป็นยุคทองของการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งในเวลานั้นเป็นช่วงที่เกิดโครงการ Eastern Seaboard ที่เปลี่ยนจากอุตสาหกรรมเบามาเป็นอุตสาหกรรมหนัก

ในเวลานั้นประเทศญี่ปุ่นก็มาลงทุนในประเทศไทย

เพื่อตั้งโรงงานการผลิตที่มีแรงงานต้นทุนต่ำ วิกฤติเศรษฐกิจไทยจากพิษโควิด ดังนั้นเมื่อประเทศญี่ปุ่นเข้ามาจึงทำให้เม็ดเงินหลั่งไหลเข้ามาในไทยเป็นจำนวนมาก พร้อมกับการจ้างแรงงานและการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นมา

อย่างทันตาเห็นถึงขนาดได้รับสมญานามว่าเป็นเสือตัวที่ห้าของเอเชีย และบริษัทน้อยใหญ่ในประเทศไทยก็ได้มีการกู้เงินจากต่างประเทศเพื่อมาลงทุน แต่เมื่อปี พ.ศ. 2540 การส่งออกของไทยเริ่มชะลอตัว เจ้าหนี้จากต่างประเทศเริ่มมีการทวงหนี้คืน และธนาคารแห่งประเทศไทยก็แบบภาระไม่ไหว

จึงมีการได้ปล่อยให้ค่าเงินบาทลอยตัว จากหนึ่งดอลล่าร์เท่ากับยี่สิบห้าบาท กลายเป็น หนึ่งดอลล่าร์เท่ากับ ห้าสิบหกบาท ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ทำให้หลายๆ บริษัทในประเทศไทยถึงกับภาวะล้มละลายในทันที

ซึ่งจากเหตุการณ์นั้นจะส่งผลกับบริษัทขนาดใหญ่

นักธุรกิจที่ร่ำรวยมากกว่าบริษัทขนาดกลางหรือขนาดเล็กที่ไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้จากต่างประเทศได้ แต่จากเหตุการณ์นั้นก็มีบางส่วนที่ส่งผลดีต่อค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง เนื่องจากภาคการส่งออกก็ดีขึ้นเพราะค่าเงินบาทอ่อนตัวลงและยังทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น

แต่กลับวิกฤติปัจจุบันของโควิด19 นั้น ต่างกับช่วงของต้มยำกุ้งเนื่องจาก ผู้ที่ได้รับผลกระทบนั้นจะโดนกันหมดทั้งบริษัทใหญ่และบริษัทเล็ก เผลอๆ จะหนักไปทางบริษัทเล็กด้วย แถมยังกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของประเทศ

รวมไปถึงการส่งออกที่แต่ละประเทศต้องปิดประเทศของตัวเอง ซึ่งเพียงแค่สองจุดนี้ก็แทบจะทำให้การฟื้นตัวของประเทศแทบจะปิดตายไปอย่างทันที ดังนั้นวิกฤติโควิด 19 นี้ บอกได้คำเดียวว่าส่งผลหนักกว่าตอนปี 40 เป็นอย่างมากทีเดีย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ