Month: พฤศจิกายน 2019

แบตเตอรี่มือถือเสื่อมไว.. รู้ไหมต้องทำไง?

ปัจจุบันสมาร์ทโฟน เปรียบได้กับ เครื่องเล่น MP3  เครื่องเล่นเกมส์แบบพกพา ทีวี และยังเป็นเหมือนคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋ว ที่รวมอุปกรณ์ไว้ในชิ้นส่วนชิ้นเล็กๆชิ้นเดียว 

ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะต้องใช้พลังมหาศาลมาแค่ไหน เราจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานได้นาน แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องที่เราต้องชาร์ตแบตค้างคืนทั้งคืนแน่ๆ  ตามความเป็นจริงแล้วทุกคนต้องอยากให้มือถือของตนมีแบตเตอรี่เต็มตลอดเวลา ยิ่งตอนเช้าตื่นมาก็ใช้งานได้เลย เพื่อที่คุณจะได้ใช้งานมือถือได้ตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องมากลัวว่าแบตจะหมดระหว่างวัน  ตามคำแนะนำการใช้งานโทรศัพท์แล้วในตอนการคืน เราควรวางมือถือไว้โดยไม่ต้องชาร์จมือถือ แต่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะกลัวว่ามือถือจะแบตหมดในตอนกลางคืนขณะที่นอนหลับ และปัจจุบันคนส่วนมากจะไม่ได้ใช้นาฬิกาปลุกกันแล้ว เพราะหันมาใช้มือถือปลุกแทนเพราะสะดวกสบาย

     อุณหภูมิความร้อนมีผลต่อตัวแบตเตอรี่  เราจึงควรวางมือถือให้ห่างจากจุดที่มีความร้อนสูง อุณหภูมิความร้อนที่เหมาะสมคือ16-22 องศาเซลเซียส หากอยู่ในที่ทีมีความร้อนสูงเกิน 35 องศาจะมีผลทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว แต่ถ้าใช้งานในที่ที่เย็นเกินไปจะทำให้แบตหมดเร็ว แต่อาการนี้จะเป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้นถ้ากลับมาใช้งานที่อุณหภูมิปกติ แบตเตอรี่ก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

     ขณะชาร์จแบตเตอรี่ควรถอดเคสออก เพราะเคสจะให้เครื่องร้อนจนเกินไป มีผลต่อการเสื่อมของแบตเตอรี่ได้ 

การชาร์จแบตเตอรี่ไม่ความชาร์จเต็ม100 % ควรจะชาร์จที่ประมาณ 90 %ก็พอและไม่ควรเล่นจนมือถือแบตหมด ถ้าแบตลดลงเหลือประมาณ 30 % ก็ควรชาร์จได้แล้ว

     การซื้อแท่นชาร์จไม่ควรซื้อของราคาถูก เพราะแท่นชาร์จที่ดีมีคุณภาพสูงจะมีชิปพิเศษในนั้นป้องกันไม่ให้เครื่องชาร์จกระแสไฟเกิน และสายชาร์จที่ราคาถูกจะไม่รองรับการชาร์จอย่างรวดเร็วหรือที่เรียกว่า Quick charage ซี่งมีอยู่ในอุปกรณ์รุ่นล่าสุดในบางรุ่นหรือถ้าสายไฟไม่ได้มาตราฐานอาจทำให้ไฟช็อตและอาจทำให้ไฟไหม้มือถือได้ ดังนั้นจึงควรใช้อุปกรณ์ที่ดีมีคุณภาพ

     การรักษาแบตเตอรี่ไม่ให้เสื่อมเร็วอีกทางหนึ่งคือ ควรมีการปิดเครื่องอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพราะถึงแม้ว่าการที่เราเปิดเครื่องไว้แต่ปิดหน้าจอเพราะไม่ได้ใช้งานแต่ก็มีผลต่อแบตเตอรี่เช่น

     หลีกเลี่ยงการใช้งานระหว่างชาร์จ ทางที่ดีตอนชาร์จมือถือปิดเครื่องเลยก็ได้เพราะถ้าเรามีการใช้งานอย่างต่อเนืองในขณะที่ชาร์จมือถือ จะทำให้เครื่องร้อนแล้ว และเป็นสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว

 

ง่ายมาก..ถ้าอยากลดการคั่งมือถือ

เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าปัจจุบันโทรศัพท์เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ อาจถือได้ว่าโทรศัพท์เป็นปัจจัยที่ 5 ที่นอกเหนือจาก อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค  ปัจจุบันมีการใช้งานโทรศัพท์กันอย่างแพร่หลาย

แม้แต่เด็กตัวเล็กๆบางคนก็มีมือถือเป็นของตนเองแล้ว เดินไปทางไหน ก็จะเห็นแต่คนก้มมองหรือกดโทรศัพท์ จนกลายเป็นสังคมก้มหน้าเพราะแม้แต่เวลารับประทานอาหาร ทุกคนต่างก็ทานไปแล้วก้มหน้าดูมือถือไป

ทำให้ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน ไม่ค่อยแน่นแฟ้นเหมือนกับสมัยก่อน นอกจากปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับคนรอบตัวแล้ว การที่เรามัวแต่ก้มหน้ามองมือถือยังก่อให้เกิดอันตรายได้ด้วย เช่น  เหตุการณ์เล่นมือถือขณะขับรถ หรือเล่นมือถือขณะเดินข้ามถนน เหตุการณ์เหล่านี้นำมาซึ่งอุบัติเหตุอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ปัจจุบันมีโรคทางการแพทย์เรียกว่า โนโมโฟเบีย (Nomophobia) หรือโรคติดมือถือ ถึงเวลาหรือยังที่เราควรแก้ไขพฤติกรรมการใช้งานโทรศัพท์อย่างไม่ถูกต้อง 

พฤติกรรมที่จะช่วยให้เราลดการใช้งานมือถือให้น้อยลง 

  1. อย่าใช้มือถือเป็นนาฬิกาปลุก เพราะโดยปกติก่อนที่เราจะเข้าไปตั้งนาฬิกา เราก็จะแวะเข้าไปเช็คไลน์ เช็คเฟสก่อนนอนอีกรอบ ซึ่งบางครั้งตั้งใจจะดูแค่ 5 นาทีก็อาจเล่นเพลินเป็นชั่วโมงซึ่งให้เสียเวลาในการพักผ่อนเข้าไป ดังนั้นเราควรหันกลับมาใช้ นาฬิกาปลุกจริงๆเหมือนเดิมดีกว่า
  2. ตรวจสอบว่าเรามีการใช้งานมือถือนานแค่ไหนแล้วในแต่ละวัน โดยปัจจุบันมือถือจำพวกสมาร์ทโฟนจะสามารถเช็คได้จากตัวเครื่องแล้ว ดังนั้นถ้าเรารู้ว่ามีการใช้งานมือถือนานเกินไปก็จะทำให้เราสามารถบังคับให้ตัวเองอยุดการใช้งานมือถือได้ 
  3. หาเวลาว่างไปทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้าง เช่น หาหนังสือมาอ่าน  การออกกำลังกาย ออกไปเดิน ช็อปปิ้งจะได้ทำให้เราไม่มัวแต่หมกมุ่นกับมือ
  4. ไม่ชาร์จโทรศัพท์ในห้องนอน เพราะถ้าเรายังมองเห็นมือถืออยู่ก็จะทำให้ให้เราอยากเล่นมือถือ แต่ถ้าไม่เห็นก็สามารถทำให้เราได้นอนหลับพักผ่อนได้เร็วได้ 
  5. ปิดปุ่มสัญญาณเตือนกรณีมีข้อความเข้าของเฟส หรือทวิสเตอร์ ให้เตือนได้เฉพาะสิ่งสำคัญเท่านั้น เช่นไลน์เพื่อเจ้านายไลน์มาตามงาน หรืออีเมลล์ รายการไหนที่ไม่จำเป็นไม่ต้องเตือน เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องคอยสนใจเสียงที่เข้ามาแจ้งเตือนมาก 
  6. ลบ Application ที่ไม่จำเป็นออก เช่น app game เพราะถ้ายังมีเกมส์ในมือถือจะทำให้เราจับมือถือตลอดเวลาที่มีเวลาเพื่อเข้ามาเล่นเกมส์ แลโดยปกติแล้ว ถ้ามีโอกาสเข้ามาเล่นเกมส์แล้วจะใช้เวลานานมาก เพราะจะมัวเพลินกับการเล่นเกมส์

ความรู้เบื้องต้นคอมพิวเตอร์ กับการแบ็คอัพและเรียกคืนข้อมูล 

ความรู้เบื้องต้นคอมพิวเตอร์ กับการแบ็คอัพและเรียกคืนข้อมูล 

ซอฟต์แวร์ (Software)เป็นชุดคำสั่งหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ถูกเก็บไว้บนฮาร์ดแวร์
และควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งซอฟต์แวร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
มีรายละเอียดดังนี้

ระบบปฏิบัติการ (Operation System)

คือซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างฮาร์ดแวร์ที่ถูกติดตั้งบนคอมพิวเตอร์กับผู้ใช้งาน รวมทั้งซอฟต์แวร์ประยุกต์ด้วยโดยจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถจัดสรรทรัพยากรของระบบผ่านทางระบบปฏิบัติการได้
อย่างง่ายดายและรวดเร็ว นอกจากนี้ยังควบคุมการทำงานในส่วนต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ระบบปฏิบัติการวินโดวส์,ระบบปฏิบัติการแม็ค หรือ ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ เป็นต้น

โปรแกรมประยุกต์ หรือแอพพลิเคชั่น (Application)

เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้งานทางด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะซึ่งสามารถแยกประเภทของโปรแกรมประยุกต์ หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ ดังต่อไปนี้

– ชุดโปรแกรมด้านเดสก์ท็อปและสำนักงาน

เป็นโปรแกรมที่มีความสามารถหรือตอบสนองทางด้านการจัดการเดสก์ท็อปและสำนักงาน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการจัดการด้านเอกสาร ตารางข้อมูล และคำนวณการนำเสนอผลงาน การสร้างฐานข้อมูล การรับ-ส่งอีเมล์ การสร้างสไลด์โชว์การสร้างและแก้ไขรูปภาพ การบีบอัดและคลายไฟล์ การแคปภาพหน้าจอการสร้างไฟล์ PDF และการอัพโหลด-ดาวน์โหลดไฟล์ เป็นต้น

– ชุดโปรแกรมด้านความปลอดภัย

เป็นชุดโปรแกรมที่คุณต้องมีไว้ใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเพราะมันจะช่วยป้องกันมัลแวร์ และภัยคุกคามต่างๆ เช่น ไวรัส สปายแวร์ รูทคิตคีย์ล็อกเกอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นต้นเพื่อช่วยให้คอมพิวเตอร์มีความปลอดภัยมากที่สุด

– ชุดโปรแกรมด้านการออกแบบและจัดการรูปภาพ

สำหรับโปรแกรมด้านการออกแบบและจัดการรูปภาพมีหลายโปรแกรมให้คุณเลือกใช้งานให้ตรงกับความต้องการของคุณไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการออกแบบโลโก้ สร้างเว็บไซต์ สร้างแบบโมเดล 3 มิติแก้ไขปรับแต่งรูปภาพ จัดหมวดหมู่ นามบัตร และอื่นๆ เป็นต้น

– ชุดโปรแกรมด้านการศึกษา (Education Suite)

นอกจากการพัฒนาทักษะความสามารถทางด้านต่างๆ จากสถาบันฝึกอบรมแล้วยังมีสื่อหรือโปรแกรมที่ช่วยพัฒนาทักษะด้านต่างๆ เช่นกัน ตัวอย่างเช่นโปรแกรมที่ช่วยพัฒนาทักษะทางด้านภาษาต่างๆ การติดต่อสื่อสาร การฝึกพิมพ์สัมผัสการจดจำคำศัพท์ การแปลภาษา เป็นต้น

– ชุดโปรแกรมด้านมัลติมีเดีย (Multimedia Suite)

โปรแกรมนี้จะช่วยสร้างความบันเทิงให้กับคุณ ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลงเล่นเกมส์ ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้นอกจากจะให้ความเพลิดเพลิน ผ่อนคลายสนุกสนานแล้ว ยังช่วยพัฒนาทักษะทางด้านสมองอีกด้วย

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén