Category: ความรู้ทั่วไป

เอลนีโญ และลานีญา แตกต่างกันอย่างไร ทั้งสองปรากฏการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร

เอลนีโญ และลานีญา  สงสัยกันหรือไม่ว่าทำไมอากาศบนโลกของเราถึงได้แปรปรวนได้มากถึงขนาดนี้ ในขณะที่บ้านของเราเกิดภัยแล้งและอีกซีกโลกกำลังเกิดน้ำท่วมหรือบางทีก็กลับกันบ้านเราเกิดน้ำท่วมส่วนอีกซีกโลกก็เกิดภัยแล้ง 

ประเทศไทยได้รับสภาพอากาศที่แปรปรวนเช่นนี้มากไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติน้ำท่วมหรือภัยแล้งต่อเนื่องทั้งหมดกระทบต่อวิถีชีวิตของเราทั้งสิ้นโดยเฉพาะการประกอบอาชีพแล้วอะไรกันที่อธิบายถึงความแตกต่างสุดขั้วที่มันเกิดอยู่บนโลกที่เราได้อาศัยอยู่ร่วมกัน 

ซึ่งบบใช่ว่าความแปรปรวนพวกนี้จะไม่มีที่มาก่อนอื่นเรามาย้อนเวลากลับไปราว 400 ปีก่อนที่ชายฝั่งประเทศเปรูชาวประมงพบว่าพวกเขาจับปลาชายฝั่งไม่ได้อย่างเคยทั้งที่ปกติบริเวณแห่งนี้ประชุกชุมมากกว่ากว่านั้นปกติพื้นที่แถบนี้จะแห้งแล้งแต่กลับมีฝนตก 

เอลนีโญ และลานีญา  ความผิดปกตินี้มาจากไหนกันนะชาวประมงได้ตั้งข้อสังเกตว่าในเดือนธันวาคมน้ำอุ่นได้ไหลเข้ามาทางฝั่งเปรูทำให้ปลาที่พวกเขาจับได้หายไปพวกเขาจึงเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าEl Nino ซึ่งแปลภาษาสเปนว่าลูกชาย หมายความถึงบุตรของพระเจ้าหรือพระเยซูเพราะมักจะเกิดในช่วงวันคริสต์มาส 

ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองของพระเยซูนั่นเองชาวประมงไปดูได้สังเกตว่าEl Nino จะเกิดขึ้นทุก 2-3 ปี ไม่แน่นอนด้วยแต่ละครั้งจะยาวนานประมาณ3เดือนหรือบางครั้งอาจจะยาวถึง 1 ปีครึ่งเลยทีเดียว

นอกจากนี้ก็ยังมีความแปรปรวนตรงกันข้ามกับEl Nino อีกด้วย เมื่อทางแถบฝั่งเปรูมีปลาหลั่งไหลเข้ามามากผิดปกติและในความแห้งแล้งกับทวีคูณขึ้นกว่าเดิมชาวเปรูจึงเรียกปรากฏการณ์ตรงข้ามนี้ว่า La Nina ซึ่งเป็นภาษาสเปนเหมือนกันซึ่งแปลว่าลูกสาวหมายถึงธิดาของพระเจ้าเป็นปรากฏการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นต่อเนื่องกับEl Ninoแล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าEl Nino กับ La Nina จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่บ้างซีกโลกใต้คือกุญแจสำคัญนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้หรือ SOUTHERN OSCILLATION 

เพื่อหาคำตอบทำให้คาดการณ์ว่าจะเกิดEl Nino หรือ La Nina เมื่อใดนักวิทยาศาสตร์ได้เรียกรวมกฎการอากาศผ่านแปลซีกโลกใต้เหล่านี้ว่า เอนโซ ซึ่งย่อมาจาก EL NINO SOUTHERN OSCILLATION โดยมีคำว่า EL NINO นำหน้าชื่อSOUTHERN OSCILLATIONเพื่อเป็นเกียรติให้กับชาวประมงที่คนพบปรากฏการณ์นี่ขึ้นก่อน

ฉะนั้น เอ็นโซจึงหมายความว่า ปรากฏการณ์อากาศผันแปรที่ซีกโลกใต้นั่นเองแล้วนักวิทยาศาสตร์ใช้วิธีอะไรในการคาดการณ์ว่าจะเกิดเอ็นโซ่หรือไม่ นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้วิธีวัดความต่างระหว่างความกดอากาศที่ระดับน้ำทะเลของเกาะตาฮิติที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนใต้กับเมืองดาร์วินในประเทศออสเตรเลีย

 

สนับสนุนโดย.  gclub

อนาคตของโลก

อนาคตของโลก

อนาคตของโลก ในอนาคตเคยมีคนคาดการณ์เอาไว้ว่า สักวันหนึ่งโลกใบนี้ที่เราอาศัยอาศํย จะถึงจุดจบในอีกไม่ช้า มีช่วงหนึ่งก่อนปี 2012

อนาคตของโลก เป็นข่าวดังในช่วงหนึ่งว่าโลกของเรานั้นจะถึงกาลอวสาน เพราะว่าได้มีการค้นพบปฏิทินของชนเผ่ามายันต์ ที่ได้กล่าวถึงวันสุดสิ้นของโลกเอาไว้ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่คนบนโลกเกิดการณ์ตื่นตัวเป็นพิเศษว่าจะเกิดเหตุการณ์ตามที่ปฏิทินของชนเผ่ามายันต์ได้ทำนายเอาหรือป่าว

แต่ว่าในภายหลังก็ได้มีการออกมาเปิดเผยว่า ปฏิทินของชนเผ่ามายันต์นั้นเป็นเพียงแค่จุดสิ้นสุดของปฏิทินเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีกล่าวถึงจุดสิ้นสุดของโลกใบนี้ โลกของเราเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตมาหลายล้านปี และได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตมาหลายครั้ง เราเคยได้รับรู้ว่าครั้งนึงโลกใบนี้ของเราเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของไดโนเสาร์และยุคนั้นไดโนเสาร์เป็นผู้ครองโลกก่อนที่จะเกิดเหตุการล้างเผ่าพันธุ์ครั้งใหญ่

โดยไม่ทราบสามารถที่แน่ชัดว่า เกิดจากอุกกาบาตที่พุ่งชนโลก หรือว่าภูเขาไฟทั่วโลกปะทุกัน แต่ไม่ว่าจะด้วยสามาเหตุใด การล้างเผ่าพันธุ์ในครั้งนั้นถือเป็นเหตุการณ์การล้างเผ่าพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุด สิ่งมีชีวิตที่เหลืออยู่บนโลกนั้นเหลือรอดเพียงน้อยนิดแต่ว่าทุกๆสิ่งที่ถึงจุดจบย่อมเป็นจุดกำเนิดของสิ่งใหม่ๆเสมอ 

อดีตนั้นเป็นสิ่งที่เราทุกคนอยากที่จะเรียนรู้และศึกษาความเป็นมา

แต่ว่าอนาคตเป็นสิ่งที่เราไม่รู้และไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โลกเราก็เช่นกันได้มีหลายคนที่เป็นหมอดูที่มีชื่อเสียงหลายๆคนได้ทำนายอนาคตของโลกใบนี้เอาไว้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างในโลกอนาคตของเรา เรามาลองดูว่าอนาคตที่จะถึงนั้นมีสิ่งใดบ้างที่จะเปลี่ยนแปลงไป 

  1. นับจากนี้อีก 15 ปีโลกเราจะเกิดเชื้อโรคร้ายแรงที่จะทำลายและคร่าชีวิตผู้คนบนโลกไปถึง 33 ล้านคน
  2. ทวีปแอฟริกาที่เป็นทวีปที่มีความแห้งแล้ง จะสามารถที่จะพึ่งพาตนเองได้สามารถที่จะผลิตอาหาร ผลผลิตทางการเกษตร และสามารถที่จะกระจายสินค้าเพื่อส่งออกได้
  3. เราทุกคนบนโลกใบนี้จะไม่ต้องเดินทางไปธนาคารอีกต่อไป เพราะว่าเราสามารถที่จะจัดการเงินของตนเองได้ผ่าน mobile banking เราจะเก็บเงินในรูปแบบของดิจิทอล และในอีกประมาณปี 2030 เราทุกคนจะลืมไปเลยว่าต้องไปธนาคาร เพราะระบบทุกอย่างจะออนไลน์และเราก็จะสามารถบริหารเงินของตนเองได้ทุกเมื่อ
  4. และอีก 5 ปีต่อมา ในปี 2035 แทบประเทศทุกที่ทั้วโลกผู้คนจะหมดปัญหายาก และนี่ถือว่าเป็นข่าวที่ดี เพราะทุกประเทศจะไม่ยากจนอีกต่อไป 
  5. เราจะมีการค้นพบพลังงานใหม่ๆที่เป็นมิตรต่อโลกและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการยั้บยั้งสิ่งร้ายๆที่จะเกิดต่อโลก จึงได้มีการลงทุนอย่างมหาศาลเพื่อหาพลังงานที่สะอาดและเป็นผลดีต่อโลก
  6. มนุษย์อย่างเราๆจะสูญเสียงานให้กับเทคโนโลยี เพราะทุกวันนี้ได้เริ่มมีการใช้หุ่นยนต์ในการทำงานมากขึ้น และงานหลายๆอย่างที่เป็นงานของมนุษย์จะถูกหุ่นยนต์แบ่งไป 
  7. โรคโปลิโอจะหายไปจากโรคใบนี้ นั่อถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะโรคร้ายนี้เป็นที่หวาดกลัวและคร่าชีวิตของเด็กๆไปมาก และในอนาคตเราจะได้ไม่ต้องคอยหวาดกลัวต่อมันอีก

และนี่คือ 7 ที่จะเกิดขึ้นบนโลกของเราในอนาคตโดย บิล เกตส์  มหาเศรษฐีผู้ที่ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟต์ และเป็นบุคคลที่มีทรัพย์สินมากมายมหาศาลแทบจะที่สุดในโลก แม้ว่าการทำนายนั้นจะยังไม่มาถึง อีกทั้งก็มีเรื่องที่ดีและไม่มีที่จะเกิดขึ้นกับโลกเราแต่ทุกๆอย่าง ก็ขึ้นอยู่กับการปรับตัวของเรา เพราะโลกได้เดินหน้าไปทุกๆวัน แต่เราก็ต้องเดินก้าวให้ทันไปกับโลกเพื่อจะได้ใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ได้อย่างมีความสุข

 

ขอบคุณเรื่องราวที่นำมาเสนอจาก บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท