การทำแบรนด์เครื่องสำอางดูเหมือนจะไม่ยาก และเป็นความชอบของผู้หญิงทุกคนอยู่แล้ว การผลิตแบรนด์สำอางเริ่มยังไง แต่ขึ้นชื่อว่าธุรกิจก็ต้องย่อมมีปัญหาบ้างเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะปัญหาในการผลิต ปัญหาในการตลาด ทุกปัญหาย่อมเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว แบรนด์เครื่องสำอางไทยมีมาก และต้องยอมรับเลยว่าหลายคนเริ่มหันมมาผลิตแบรนด์เครื่องสำอางเอง

 ด้วยความที่ธุรกิจความสวยความงามนั้นเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิง เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ย่อมมีความรักสวยรักงาม ชอบแต่งหน้าแต่งตัว การที่หลายคนมาหันมาจับธุรกิจสายความงาม หันมาลงทุนผลิตแบรนด์เครื่องสำอางจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

แต่การจะเริ่มต้นทำแบรนด์เครื่องสำอางนั้นต้องมีขั้นตอน วิธีการอย่างไรบ้าง เราจะนำมาเปิดเผยกัน 

1.ตัดสินใจเลือกดูสินค้าที่ตนเองสนใจ

เมื่อเราเลือกแล้วว่าจะผลิตแบรนด์เครื่องสำอางเอง เราก็ต้องมาดูกันว่าเราสนใจอยากเริ่มผลิตสินค้าชิ้นไหน หรือสินค้าชิ้นไหนเป็นที่นิยมที่สุด จะทำเป็นลิปสติก หรือบลัชออน หรือรองพื้น หรือแป้งพัฟ แป้งฝุ่น หรือเราจะทำหมดเลยก็ได้แต่ควรเริ่มจากสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งก่อน เพื่อเป็นการตีตลาด ให้แบรนด์ที่รู้จักก่อนถึงจะค่อยขยายทำสินค้าชิ้นอื่นต่อไป 

2.ดูงบประมาณของตัวเองว่าต้องการลงทุนเป็นจำนวนเงินเท่าใด

เพื่อดูว่าเรามีเงินจำนวนเท่านี้ จะสามารถผลิตสินค้าได้กี่ชิ้น รวมถึงการจ้างการทำตลาดด้วย เพื่อที่จะเป็นการควบคุมกำหนดทิศทางในการผลิตเลยว่าห้ามเกินงบ มิฉะนั้นอาจทำให้งบในการผลิตของเราบานปลายได้  

3.กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

การกำหนดกลุ่มเป้าหมายจะสามารถทำให้เรากำหนดราคาของสินค้า และจะทำให้มีผลในการควบคุมต้นทุนการผลิตไปด้วย เพราะหากจะกำหนดกลุ่มเป้าหมายว่าจะขายให้กับนักเรียนนักศึกษาก็อาจจะต้องขายในราคาที่ถูกกว่าขายผู้หญิงวัยทำงาน เพราะด้วยกำลังในการซื้อของนักเรียนนักศึกษาอาจยังมีไม่มากพอ

แต่จริงๆแล้วเครื่องสำอางก็สามารถขายให้ได้ทั้งนักเรียน นักศึกษา วัยทำงานอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าจะวัยใดทุกคนก็ล้วนมีความรักสวยรักงามอยู่ในตัว เพียงแค่เราอาจจะต้องกำหนดราคาที่อยู่ในราคากลางๆ ไม่แพงไปจนเอื้อมไม่ถึง ไม่ถูกไปจนไม่ได้กำไร 

4.หาโรงงานที่ได้มาตรฐานและมีประสบการณ์ในการผลิตเครื่องสำอาง

ในปัจจุบันมีธุรกิจที่ให้บริการผลิตเครื่องสำอางเพื่อสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองโดยที่เราไม่ต้องไปติดต่อกับโรงงานเอง แต่ค่าใช้จ่ายก็อาจจะสูงกว่าการที่เราไปติดต่อด้วยตัวเอง แต่ถึงอย่างไรเราก็สามารถไปติดต่อกับโรงงานได้

ซึ่งต้นทุนในการผลิตของแต่ละโรงงานจะมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสูตรที่เราเป็นคนเลือกหรือคิดค้นเพื่อจะใช้ในการผลิต หากเป็นสูตรที่โรงงานผลิตเองอยู่แล้วก็อาจจะมีราคาถูกเพราะโรงงานมีผู้วิจัยคิดค้นสูตรอยู่แล้ว จะง่ายกว่าการที่เราให้ผู้วิจัยของโรงงานคิดค้นสูตรให้ใหม่  

5.เลือกบรรจุภัณฑ์ให้เป็นที่น่าสนใจและแข็งแรง ทนทาน

ต้องยอมรับเลยว่าบรรจุภัณฑ์นั้นมีผลต่อความสนใจของคน หากมีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม มีความทนทานคนก็จะให้ความสนใจและเลือกที่จะซื้อได้ง่ายกว่าบรรจุภัณฑ์ที่ไม่สวยและดูไม่ทนทาน ยิ่งทำบรรจุภัณฑ์ให้สวยและแปลกใหม่เท่าใด

ก็จะยิ่งมีคนสนใจและมีความโดดเด่นมากขึ้น แต่บรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ที่ทนทานก็จะทำให้มีราคาสูงขึ้นไปอีก ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับเราว่าอยากบรรจุภัณฑ์อยู่ในงบประมาณเท่าใด 

6.ต้องรู้จักทำการตลาดให้ แม้สินค้าของเราจะดีแค่ไหน

บรรจุภัณฑ์จะสวยโดดเด่นสะดุดตาแค่ไหนคนทั่วไปก็ไม่อาจจะรู้จักได้ ถ้าเราไม่ทำการตลาด ไม่ประชาสัมพันธ์สินค้าของเรา ยิ่งในปัจจุบันนี้มีการตลาดแบบออนไลน์บนโซเชียลมีเดียต่างๆ ยังง่ายต่อการทำการตลาดและง่ายต่อการขาย

เราสามารถลงขายสินค้าได้ผ่านทุกแอพพลิเคชั่น รู้จักโพสบ่อยๆ แชร์บ่อยๆให้คนสนใจ หากคนสนใจมากก็จะยิ่งมีการบอกต่อกัน มีการแชร์ต่อกันมาก หากเราเป็นคนชอบเล่นโซเชียลอยู่แล้วก็ต้องรู้จักใช้สายโซเชียลให้เป็นประโยชน์ต่อการขายของเรา   

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝาก-ถอน ออโต้